‘หัวใจ’ จัดเป็นอวัยวะที่มีความสําคัญที่สุดในร่างกาย โดยมีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย และมี ‘ลิ้นหัวใจ’ คอยควบคุมการไหลเวียนของโลหิตให้เป็นไปตามทางถูกต้อง แต่ถ้าลิ้นหัวใจเกิดเสื่อมสภาพ หรือมีโรคที่ทำให้การทำงานไม่เป็นปกติ ก็จะส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจทํางานเพิ่มมากขึ้น จนก่อให้เกิดโรคร้ายต่างๆ เช่น หัวใจโต, เลือดคั่งในหัวใจ, เลือดคั่งในปอด เป็นต้น จนกระทั่งเสียชีวิตไปในที่สุด

หน้าที่ของ ‘ลิ้นหัวใจ’

‘หัวใจ’ มีการทำงานเหมือนปั้มน้ำ มีหลอดเลือดเป็นท่อน้ำเลี้ยง ส่วน ‘ลิ้นหัวใจ’ ก็ทําหน้าที่สอดประสานด้วยการเป็นวาล์วเปิด – ปิด ให้เลือดนั้นไหลไปในทิศทางเดียว หากแต่ถ้าลิ้นเกิดความผิดปกติขึ้น ก็จะทําให้หัวหน้าอย่างหัวใจต้องทํางานหนักขึ้น และถ้าปล่อยให้เป็นเวลานานโดยไม่ได้รักษา ก็จะก่อให้เกิดภาวะลิ้นหัวใจตีบและรั่วได้

วิธีรักษาโรคลิ้นหัวใจรั่ว

ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม

รักษาได้ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม เพื่อนำมาแทนลิ้นของร่างกาย ลิ้นที่นำมาเปลี่ยนอาจนำมาจากโลหะหรือจากเยื่อหุ้มหัวใจหมูหรือวัวก็ได้ เมื่อกระบวนการรักษาจบสิ้น ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ มีอายุใช้งานประมาณ 10 – 15 ปี และผู้ป่วยต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง

ซ่อมลิ้นหัวใจ

นอกจากการผ่าตัดใหญ่เพื่อเปลี่ยนใส่ลิ้นเทียมแล้ว ก็ยังมีอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งช่วยรักษาโรคนี้ได้ นั่นก็คือ การผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมลิ้นหัวใจ โดยเป็นการซ่อมแซมส่วนที่ผิดปกติของลิ้นหัวใจ ด้วยการลอกชั้นหินปูนออก พร้อมนำเยื่อหุ้มหัวใจของตัวผู้ป่วยเองมาซ่อมแซมลิ้นหัวใจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม ยังทำให้หัวใจกลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย สำหรับวิธีนี้จะได้แผลขนาดเล็กมาก, มีความเจ็บปวดน้อย อีกทั้งยังฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

รู้ได้เร็ว – รักษาได้เร็ว

การผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจ แพทย์จะดูจากความรุนแรงของโรค และความแข็งแรงของร่างกาย ถึงแม้คนไข้จะมีอายุมากถึง 80 ปี แต่มีร่างกายแข็งแรงก็ผ่าตัดด้วยวิธีนี้ได้ ถ้าการผ่าตัดได้ผลน่าพอใจ ก็จะใช้งานได้ถึง 80-90 % เลยทีเดียว หลังจากการรักษา คนไข้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ หากถึงอย่างไรก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่หวาดเสียวจนเกินไป เนื่องจากหัวใจที่มีลิ้นเสียหาย ถึงอย่างไรก็ไม่ได้สมบูรณ์ 100 % อยู่แล้ว อย่างก็ต้องมีความบอบช้ำและทํางานหนักกว่าปกติ โดยเฉพาะการทานอาหารเค็มๆ ยิ่งเป็นสิ่งต้องห้าม พยายามทานอาหารรสชาติจืดๆ อีกทั้งยังต้องออกกําลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มแอลกออฮอลล์ ต้องตรวจสุขภาพเป็นประจําทุกปี เมื่อพบโรคจะได้รักษาเสียแต่เนิ่นๆ