คุณคิดว่าโรคหัวใจมีอาการแบบไหนแล้วควรรักษาอย่างไร

ถ้าคุยกันเรื่องโรคร้ายแรงที่เกิดขึ้นในร่างกายมนุษย์นั้น โรคหัวใจ ถือเป็นโรคหนึ่งที่รุนแรงแล้วมีโอกาสเสี่ยงต่อการเสียชีวิตโรคหัวใจนั้นจะเกิดกับผู้สูงอายุหรือเกิดจากกรรมพันธุ์ โดยคนที่เป็นโรคหัวใจนั้นจะทำให้การดำรงชีวิตในประจำวันลำบากเพราะโรคหัวใจจะก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ซึ่งทำให้ร่างกายนั้นทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ไม่มากนักเพราะอาการของโรคหัวใจมีค่อนข้างเยอะจะทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิต อาการของโรคหัวใจจะมีดังนี้ 1.ภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นอาการที่เกิดจากโรคหัวใจซึ่งสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่เพียงพอเพราะเหตุนี้ เพียงทำการออกกำลังกายนิด ๆ หน่อย ๆ อาจทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย แล้วจะมีอาการแน่นหน้าอก อาจทำให้ระบบหายใจของร่างกายผิดปกติไป นอกจากอาการต่าง ๆ แล้วยังมีโรคหอบซึ่งโรคนี้จะมีอาการหายใจไม่ออกต้องพบแพทย์อย่างเร่งด่วนหรือใช้ยาที่แพทย์ให้มาทันทีอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ 2.หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน อาการนี้เป็นอาการของการเต้นของเซลล์หัวใจผิดปกติ โดยส่วนมากเป็นอาการที่คนปกตินั้นเป็นกันเป็นส่วนมากโดยไม่มีอาการ โรคหัวใจ มาก่อนจะมีการอาการหัวใจหยุดเต้นกะทันหันโดยต้องการความช่วยเหลือโดยด่วนเพราะฉะนั้นอาจถึงแก่ชีวิตได้ 3.เจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก โดยอาการนี้มักจะเป็นกับคนที่เป็นโรคหัวใจตีบ และอาการของคนที่มีไขมันอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ โดยอาการพวกนี้จะทำให้ หายใจลำบากหรือหายใจไม่ค่อยออก บางครั้งอาจมีอาการแน่นหน้าอกหรือเหมือนอยู่ที่แคบ ๆ ซึ่งอาการนี้จะเห็นผลตอนที่หัวใจทำงานหนัก ๆ หรือทำงานโดยใช้แรงงานเยอะไป และโรคนี้ยังเป็นต้นเหตุที่จะทำให้เกิดโรคหัวใจอีกด้วย วิธีป้องกันโรคหัวใจต้องทำเช่นไร 1.ควรออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้ร่างกายแข็งแรงจะทำให้มีโอกาสเกิดโรคหัวใจยาก 2.ควรดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอโดยตรวจเช็คร่างกายเป็นประจำแล้วควรดูอาการที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน อย่างเช่น หัวใจสั่นผิดปกติ มีอาการปวดแน่นหน้าอกควรพบแพทย์ทันที 3.ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะรับประทานพวกผักผลไม้เป็นประจำ 4.มั่นทำการตรวจร่างกายทุกปีเพื่อลดความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจแล้วโรคต่างๆที่ร้ายแรงต่อร่างกาย

หน้าที่ของสัตว์แพทย์ไม่ได้ง่ายเหมือนที่คุณคิด

สัตว์แพทย์ คือ แพทย์เฉพาะด้านการรักษาของสัตว์โดยตรง ซึ่งแพทย์ที่รักษาสัตว์นั้น ก็เปรียบเสมือนกับหมอทั่วไปเหมือนกัน แต่มีความต่างที่ว่าจะรักษาแต่สัตว์เท่านั้น โดยนิยามของอาชีพนี้โดยทั่วไป ก็จะทำงานเป็นผู้วินิจฉัยโรค ตรวจ สั่งยา และให้ยาหรือรวมไปจนถึงเรื่องการผ่าตัดของสัตว์ โดยจะทำกับสัตว์ที่เจ็บป่วยหรือมีอาการบาดเจ็บต่างๆ ศึกษาและต้องหาทางออกให้กับโรคนั้นๆ ซึ่งผู้เป็นสัตว์แพทย์นั้นจะต้อง มีความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงความชำนาญเป็นอย่างมาก เพราะมนุษย์กับสัตว์นั้น มีโรคที่ไม่เหมือนกัน มีโรคที่ไม่ได้รักษาในรูปแบบเดียวกัน รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์อีกด้วย ซึ่งปกติโรคต่างๆของมนุษย์ก็จะเป็นโรคที่คนทั่วไปรู้กันดี ที่สามารถแก้ไขและรักษาเบื้องต้นก่อนได้ แต่กับสัตว์นั้น เราไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร มีอาการยังไง และต้องรักษายังไง เราจะสังเกตได้จากอาการภายนอกของมันเท่านั้น ซึ่งก็ไม่สามารถทำให้เรารักษามันในเบื้องต้นได้ เราจึงมีความจำเป็นเป็นอย่างมากที่จะต้องมีแพทย์เฉพาะทาง ที่มีความสามารถรักษาสัตว์ในประเภทต่างๆ โดย ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี่ได้นั้น จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ มีทัศนคติหรือมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมงานและองค์กรต่างๆ มีนิสัยรักสัตว์และรักในอาชีพของสัตว์แพทย์ ต้องมีความรู้ความสามารถมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากโดยจะต้องจบการศึกษาชีววิทยาในระดับเกรดที่สูง จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาสัตว์แพทย์ศาสตร์ มีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพกล้าคิดกล้าตัดสินใจและรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในการทำงาน มีความรับผิดชอบ อดทน มุ่งมานะ ซื่อสัตย์ สุจริต และสามารถเอาตัวรอดได้ ต้องรู้จักระงับความกลัวเมื่อต้องรักษาสัตว์ใหญ่ มีความขยันชอบการสังเกตและหาความรู้ใหม่ๆเข้ามา สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วคล่องและว่องไวโดยจะต้องกล้าตัดสินใจในการให้ยาหรือการผ่าตัด

อาการของโรคหอบที่คุณต้องรู้

                โรคหอบหืดจะมีอาการของผู้ป่วยจะสามารถแปรผันไปเป็นหลายรูปแบบ อาการหอบอาจจะเบากระทั่งหอหนัก อาการหอบในแต่ละครั้งจะไม่เท่ากัน บางคนอาจจะเป็นแค่บางเวลาอาการจะมาๆไปๆ จะกำเริบเป็นครั้งๆ อาการของผู้ป่วยโรคหอบจะมีเสียงหายใจหลายๆกับนกหวีด แน่นหน้าอก บ่างรายก็จะมีอาการไอ หายใจเสียงค่อนข้างดัง ในขณะที่ผู้ป่วยกำลังหอบอยู่นั้น ระบบหลอมลมจะทำงานอยู่ตลอดเวลา ผู้ป่วยโรคหอบต้องมีวิธีดูแลตัวเอง ต้องหลีกเลี่ยงการนอนดึก รวมไปจนถึงต้องหาอาการเสริมที่จะคอยช่วยเรื่องไม่ตื่นกลางดึกมาไว้ สภาพอากาศของผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืดต้องมีอากาศที่หายใจได้โล่งสะดวกสบาย ผู้ป่วยโรคหอบหืดที่มีอายุเยอะแล้วหรือผู้สูงอายุอาจจะเสียชีวิตจากโรคหอบหืดได้ถ้าหากนำส่งตัวไปโรงพยาบาลไม่ทัน โรคนี้เป็นโรคที่เวลามีอาการกำเริบขึ้นมาเป็นโรคหนึ่งที่ทรมานอย่างมากเลยทีเดียว ถ้าหากเป็นเด็กที่อายุยังน้อยส่วนมากแล้วจะเริ่มมาจาก อากาศของไข้หวัด และมีเสมหะติดอยู่ที่ลำคอ เด็กๆจะไม่สามารถเอาเสมหะออกจากลำคอได้เอง เมื่อปล่อยเวลาให้ผ่านไปเสมหะเกิดก่อนตัวมากขึ้นๆและสะสมเป็นเวลานาน เมื่อพาเด็กไปพบแพทย์ แพทย์จะตรวจอาการของเด็กก่อนและดูว่าเป็นขั้นไหนแล้วถ้าหากว่าเป็นยังไม่มาก ก็อาจจะมีการพ่นยาเพื่อให้ยาไปขยายหลอดลมเพื่อเด็กจะได้หายใจได้สะดวกขึ้น หรือถ้าตรวจพบว่ามีเสมหะเข้าไปเกราะอยู่ที่ปอด นั้นคือขั้นที่หนักแล้วแพทย์อาจพิจารนาถ้าเด็กหายไม่ได้หรือหายใจทางปากแทนแล้ว แพทย์จะมีการเคาะปอดให้เด็ก โดยการเคาะจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยตรงหรือนักกายภาพบำบัดปอดนั้นเอง การเคาะจะนำผ้าพับซ้อนกับให้หนา วางที่หลังของเด็กทำมือเป็นอุ้งและเคาะติดๆกันเพื่อให้เสมหะที่เกาะอยู่หลุดออกไป เคาะเสร็จแล้วก็จะนำเด็กไปเอาสายดูเสมหะออกมาทางจมูก เด็กๆส่วนใหญ่ไม่ชอบการรักษาโดยวิธีนี้เพราะ เจ็บและรู้สึกทรมาน ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ลูกน้อยโดยแบบนี้ต้องดูแลอย่าปล่อยให้เสมหะเกาะคอและเวลาที่ลูกน้อยเป็นหวัดอย่าปล่อยทิ้งไว้นานควรรีบพบแพทย์ทันที

รู้หรือไม่ว่ามะเร็งปากมดลูกตรวจได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่

               มะเร็งปากมดลูก เมื่อพูดถึงกันแล้วคงรู้กันดีว่ามันคือมะเร็งที่ไปเกิดขึ้นในบริเวณช่องคลอดของเรา การตรวจมะเร็งเริ่มแรกนั้นมักจะจะตรวจหลังคลอดลูก 45 วัน การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ก่อนที่จะเกิดโรค มีการวินิจฉัยออกมาว่า การเริ่มแรกของมะเร็งปากมดลูกโดยส่วนมาก จะตรวจเนื้อเยื่อในมดลูก แพทย์จะมีการตรวจในช่องคลอด ท่อรังไข่ หลังจากนั้นแพทย์จะใช้อุปกรณ์ที่สามารถ สอดและใส่เข้าไปในช่องคลอด และนำเนื้อเยื่อที่เกาะตามผนังมดลูกนั้นออกมา ช่วงที่สะสมเชื้อมะเร็งคือช่วงระยะเวลา 10-20 วัน หลังมีประจำเดือนวันแรก ก่อนที่จะให้แพทย์ตรวจในช่องคลอด 2 วันไม่ควรล้างด้วยน้ำยาล้างตามจุดซ่อนเร้นต่างๆ หรือรวมไปถึงยาสอดเพราะ ถ้าหากว่าใช้เข้าไปแล้ว แพทย์จะไม่สามารถหาเชื้อมะเร็งในปากมดลูกเจอ ในปัจจุบันแพทย์มีการออกประกาศว่า มะเร็งปากมดลูกผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป สามารถตรวจได้แล้ว เพราะในสังคมปัจจุบัน ค่าเฉลี่ยแล้วผู้หญิงไทยมีคนที่เป็นมะเร็งปากมดลูกและเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปากมดลูกนั้นมากกว่าประเทศอื่น การป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็งปากมดลูกคือไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ก่อนอายุ 18 ปีหรือมีการสำส่อนทางเพศ เชื่อว่าโรคมะเร็งปากมดลูกเกิดจากเชื้อไวรัส ไม่ควรที่จะสูบบุหรี่เพราะผู้หญิงในสมัยนี้มักชอบสูบบุหรี่เหมือนกับผู้ชาย การทานยาคุมกำเนิดต่อเนื่องมันจะสะสมมากไปเรื่อยๆ ถ้าหากเราพักผ่อนมากเพียงพอเราก็สามารถที่จะหลีกเลี่ยงโรคได้เช่นเดียวกัน การรักษานั้น จะเป็นการให้เคมีบำบัด โดยการนำยาเข้าทางเส้นเลือดเพื่อฆ่าเชื้อมะเร็ง แต่ถ้าการให้รังสีหรือที่เรียกกันว่าการทำคีโมจะทำได้ 2 แบบ คือการให้เครื่องฉายรังสีนั้นฆ่ามะเร็งอาทิตย์ละ 5 วัน ทำอยู่ประมาน 5-6 อาทิตย์ อีกวิธีคือการอาบรังสีบริเวณปากมดลูกแต่ละครั้งนานถึง 1-3 วัน ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานถึง 1-2 สัปดาห์ ไม่มีใครที่อยากจะต้องมานั่งทรมานกับการรักษาที่แสนจะเจ็บปวด ฉะนั้นออกกำลังกายบ่อยๆอย่าทำให้สุขภาพแย่ร่างกายสำคัญกว่าทุกสิ่ง

รู้จักโรคพาร์กินสันดีแล้วหรือยัง

                โรคพาร์กินสัน คือโรคโรคหนึ่งที่เกี่ยวกับระบบประสาท อาการของคนที่เป็นโรคพาร์กินสันจะมีอาการซึมเศร้า กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยอยู่ มักจะมีปัญหาในการพูดการจา เสียงค่อนข้างที่จะเบา พูดจะไม่มีเสียงสูงหรือต่ำจะเป็นน้ำเสียงเดียวและจะพูดติดอ่าง แต่ในบางทีก็พูดเร็วมาก มีอารมณ์ที่แปรปรวนเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ หลับยากชอบฝันร้าย เวลาจะกินอะไรก็ลำบากเพราะว่าจะเคี้ยวอาหารกลืนอาหารยากกว่าคนปกติทั่วไป เนื่องจากการทำงานของกล้ามเนื้อของเส้นประสาทนั้นไม่ประสานกัน อาการของพาร์กินสันคือจะมีอาการสั่น ส่วนมากจะสั่นที่มือหรือที่ขา แขน กราม และช่วงบริเวณใบหน้า อาการเกร็งที่ขาและแขน การทรงตัวก็อาจจะไม่เหมือนเดิม จะเสียการทรงตัว เวลาที่พูดก็จะไม่เหมือนเดิมบางคนก็พูดช้าบางคนก็พูดเร็ว สาเหตุของการเป็นโรคนี้คือ พันธุ์กรรมผู้ที่มีญาติสายตรงคนหนึ่งเป็นทำให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มเป็น 3 เท่า ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นเพราะมีญาติพี่น้องเป็นโรคพาร์กินสันนั้นเอง บางรายซึ่งอาจจะได้กินพวกสารเคมีที่เป็นการทำลายเส้นประสาทส่วนนี้ เซลล์ในร่างกายอาจจะแก่เกินไปทำให้เป็นโรคนี้ได้ แต่โรคพาร์กินสันผู้ป่วยบางคนที่เป็นอาจจะเนื่องมาจากการกินยาจิตเวชเข้าไป ถ้าผู้ป่วยที่เป็นเพราะยาจิตเวชหากหยุดยา อาการของพาร์กินสันก็จะหายเป็นเหมือนกับคนปกติได้ แต่ในการวิจัยทางการแพทย์มีรายงานว่าการขาดกรดโฟลิกจะเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งเลยที่ทำให้เกิดโรคพาร์กินสัน ถ้าเกิดผู้ป่วยโรคพาร์กิมสันเป็นมาจากเลือดในสมองตีบ หรือผู้ป่วยความจำเสื่อม จะไม่ค่อยมีอาการข้างเคียงอย่างอาการมือสั่น แขน ขา สั่น น้อยมากที่จะมี ผู้ที่มีอายุมากควรดูแลตัวเองอย่างปล่อยให้ตัวเองเครียดจนเกินไปประอาจจะเป็นโรคพาร์กินสันได้

เมื่อได้ลูกแฝดคุณต้องดูแลอย่างไร

ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ทั่วไปก็ต้องดูแลตัวอย่างอยู่แล้ว แต่ถ้ารู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์แฝดต้องดูแลตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าหนึ่งของคุณแม่ปกติทั่วไป เพราะถ้าดูแลตัวเองและลูกในครรภ์ดีการคลอดจะสามารถคลอดได้แบบปกติโดยวิธีแบบธรรมชาติ เวลาที่ไปหาหมอเพื่อตรวจครรภ์หมอจะนัดมาดูเรื่อยๆ เพื่อมาดูแลครรภ์ในท้องเพราะการตั้งครรภ์แฝดไม่เหมือนกับการตั้งครรภ์ทั่วไปต้องดูแลอย่างทั่วถึง การพักผ่อนของคุณแม่ก็สำคัญต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลูกน้อยเพราะเวลาที่เราหลับเราพักผ่อนนั้นคือเวลาที่ลูกเราก็ได้พักผ่อนด้วยเหมือนกัน อาการที่คุณแม่ลูกแฝดต้องทานควรเป็นอาหารที่มีวิตามินสูง มีแร่ธาตุสูง เพราะปกติแล้วคุณแม่ปกติจะต้องรับประทานอาหารที่ค่อนข้างมีวิตามินหรือแร่ธาตุที่สูงอยู่แล้ว คุณแม่ลูกแฝดต้องทานให้ได้เยอะกว่าคุณแม่ทั่วไป 2 เท่า การตั้งครรภ์แฝดนั้นส่วนใหญ่แล้วลูกที่อยู่ในท้องถ้าเป็นเพศชายก็จะเป็นเพศชายทั้งคู่ หรือถ้าเป็นเพศหญิงก็จะเป็นเพศหญิงทั้งคู่ ภาวะแทรกซ้อนที่คุณแม่เด็กแฝดน้อยต้องระวังนั้นมีเยอะมาก แต่ถ้าหากว่ามีอาการ ตัวซีดหรือตัวของคุณแม่เริ่มเหลืองมาก ซึ่งเป็นอาการของคุณแม่ที่ขาดธาตุเหล็กต้องหาอาหารหรืออาหารเสริมดูมีธาตุเหล็กทานเพิ่มเข้าไปในร่างกายของเรา คุณแม่บางรายอาจจะมีอาการเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด อาการเจ็บจะเจ็บถี่ขึ้นเรื่อยๆและปวดอย่างมากจะปวดแบบบีบรัดแล้วค่อยๆคลายจะเป็นทุกๆ 10 นาที อย่างน้อย และจะถี่ขึ้นเมื่ออาการของปากมดลูกนั้นได้เปิดออก คุณแม่บางรายอาจจะมีเลือดไหลออกทางช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุเพราะนั่งอยู่เฉยๆเลือดก็ไหลออกมา หรือคุณแม่บางรายอาจจะมีน้ำใสๆไหลออกมา จากช่องคลอดคล้ายกับคนปัสสาวะราดแต่ไม่ใช่นั้นคือ อาการของคุณแม่ที่น้ำคล่ำห่อตัวลูกอยู่แตกนั้นเอง อาการที่กล่าวมาทั้งหมดต้องพบแพทย์โดยด่วนมาก

ไข้เลือดออกพรากชีวิตคนนับล้านจริงหรือไม่

เมื่อพูดถึงไข้เลือดออกหลายคนอาจจะยังไม่รู้ ว่าโรคไข้เลือดออกถ้าหากเราไม่รู้ว่าเป็นอาจจะถึงแก่ชีวิตเราได้เลย เมื่อเวลาที่เราเป็นนั้นจะต้องห้ามทานยาเขียวเพราะจะทำให้ไข้นั้นหลบในมันจะเป็นอันตรายต่อชีวิตเราอย่างร้ายแรง อาการของไข้เลือดออกจะมีไข้แต่ไม่รุนแรง ลักษณะมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว และตามตัวก็จะมีผื่นขึ้น โดยมองเห็นได้อย่างชัดเจน ผื่นที่จะเกิดขึ้นจะจะเกิดที่บริเวณ ข้อพับต่างๆ เมื่อเวลาที่มีไข้เราจะสังเกตได้ว่าไข้จะอยู่ที่ 30-40 องศาเซลเซียส บางรายอาจจะมีอาการชักถ้ามีไข้นานถึง 2-7 วัน ใบหน้าจะแดง และมักจะไม่มีน้ำมูกให้เราเห็นแต่จะไอแบบแห้งๆ ไอแบบไม่มีเสมหะ ระยะที่มีเลือดออก จะพบในวันที่ 3- 4 ของวันเป็นไข้เลือดออก อาการอาจจะเหมือนคนที่เหมือนกำลังจะดีขึ้นสังเกตได้คือ ไข้จะลดลง ตัวเริ่มเย็นขึ้น และมือเท้าเย็นมาก ผู้ป่วยอาจจะซึมอย่างมาก บางรายก็มีเลือดกำดาวไหลออกมา เลือดออกตามไรฟัน ท้องอาจจะเริ่มอืด ตับเริ่มโต และเบื่ออาหาร อาจมีเลือดออกทางเดินอาหารหรือเลือดอาจจะปะปนกับอุจจาระ จนอุจจาระนั้นมีสีดำไม่เหมือนกับสีเดิมที่เป็นสีน้ำตาลหรือสีเหลือง บางรายถ้าเป็นหนักแล้วอาจจะมีอาการอาเจียนปะปนกับเลือดมาด้วย ถ้าหากยังปล่อยให้อาการเป็นหนักๆถ้าร่างกายรับไม่ไหวอาจจะช็อคและหมดสติได้ ระยะสุดท้ายคือระยะของการพักฟื้นไข้เลือดออก ถ้าหากได้รับการรักษาของแพทย์ทันเวลาจะต้องมีการพักฟื้น 3-7 วัน รวมระยะเวลาของการมีไข้ และระยะของเลือดที่ออกด้วย 7-10 วันจะหายขาดได้เอง เชื่อว่าโรคไข้เลือดออกคงไม่มีใครอยากที่จะเป็นหรอกจริงไหม ดังนั้นต้องช่วยกันดูแลภายในบ้านไม่ใช่เกิดการก่อตัวของลูกน้ำยุงลายขึ้น เพราะยุงลายจะออกอาละวาดในช่วงกลางวัน ต้องช่วยกันดูอย่าให้มีน้ำขังอยู่ตามบริเวณเราโดยเด็ดขาด

อย่างที่ต้องระวังเมื่อคุณท้องเสีย

เวลาที่มีอาการท้องเสียโดยส่วนใหญ่คนจะมองว่า เป็นเพราะรับประทานอาหารไม่สะอาดหรือที่เรียกกันว่าอาหารเป็นพิษนี่ ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยใช้ยาหรือสาระเคมีตัวอื่นเข้าไปร่างกายเพราะอาการท้องเสียนั้นสามารถหายเองได้โดยไม่ต้องใช้ยาอะไรเลยแต่อาการที่ไม่ต้องใช้ยา เราต้องสังเกตว่าถ่ายเป็นน้ำหรือเปล่าถ้ายังมีเนื้ออยู่เราไม่จำเป็นต้องกินยาอะไรเลยแต่เราต้องกินเกลือแร่เพื่อไปทดแทน น้ำในร่างกายที่เราสูญเสียไปเพื่อไม่ให้ร่างกายของเรานั้นเพลีย – สาเหตุแรก ที่คนที่ท้องเสียมักจะเจอคือ กินอาหารที่ไม่ถูกหลักหรือไม่สะอาดและรวมไปจนถึง อาการที่ใกล้จะเสียแล้วแต่ว่าเสียดายเลยกินเข้าไป บางทีอากาศร้อนมากร้อนจัดๆก็เป็นสาเหตุที่แท้จริงของอาหารเป็นพิษนั้นเอง – สาเหตุที่ 2 คือ เมื่อมีอาการท้องเสียและมีไข้ที่สูงมาก มีไข้มาระยะเวลา 1 วัน ก่อนที่จะเข้าพบแพทย์ แพทย์จะสังเกตอาการที่ว่านั้นว่าท้องเสียหลังจากที่ มีไข้หรือไม่ ถ้าหากว่าท้องเสียหลังมีไข้คือ การบิดแบบไม่มีตัว อาการที่เราจะสังเกตได้ คือ ผู้ป่วยจะถ่ายเป็นมูกเลือด หรือมีเลือดปะปนกับอุจาระ แต่ถ้าแพทย์นำอุจจาระไปตรวจจะพบว่ามีเม็ดเลือดแดงกับเม็ดเลือดขาว ปะปนอยู่ในอุจจาระ นั้นคือเราเป็นโรค บิดแบบไม่มีตัว – สาเหตุที่ 3 คือ อาการท้องเสีย แต่ ไข้จะไม่สูงมาก บางรายอาจจะมีน้ำมูกใสๆเล็กน้อย ถ่ายเหลวและมีอาการที่ถ่ายเป็นฟอง เราจะสังเกตที่อุจจาระ รวมไปถึงมีอาการอาเจียน ตาโหล ก้นแดง เวลาแพทย์รักษาจะต้องให้น้ำเกลือเข้าทางเส้นเลือดดำของผู้ป่วย นี่คือโรค ไวรัสโรตา – สาเหตุที่ 4 คือ มีอาการถ่ายท้องมากกว่า อาการอาเจียน นั้นคือ อหิวาตกโรค ในผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการ เป็นตะคริวที่ขา ปวดหลัง หน้ามืด และไม่ค่อยจะมีแรง รู้สึกเพลียอย่างมาก – สาเหตุที่ 5 คือผลมาจากอาการของ ไส้ติ่งอักเสบ แล้วมีอาการข้างเคียงแต่บางคนก็ไม่เป็นแต่อาการท้องเสียจากอาการอาเจียน ถ่ายเป็นน้ำโดยประมาน 3 ครั้งต่อวัน และเมื่อมีอาการท้องเสียเราจะปวดท้องเมื่อกดไปช่วงหน้าท้องจะรู้สึกเจ็บ และที่สำคัญจะปวดถี่ขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นสาเหตุที่อันตรายที่สุดในบรรดาสาเหตุที่มาจากอาการท้องเสีย

คุณจะสังเกตโรคซิฟิลิสยังไง

ซิฟิลิส คือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โรคหนึ่งที่ส่วนใหญ่แล้วมักจะพบในตัวผู้ชายและโรคซึ่งในโรคซิฟิลิสจะมี 4 ระยะด้วยกัน ในระยะแรกใน 10-90 วันหลังจากที่ได้รับเชื้อจะมีตุ่มสีแดงเกิดขึ้นที่บริเวณผิวหนังตามร่างกาย เช่น ทวารหนัก ช่องคลอด ริมฝีปาก และมักจะเป็นจากแผลเดียว ลักษณะของแผลจะเริ่มแข็ง และเมื่อแผลแห้งจะไม่มีอาการเจ็บและดูสะอาดแต่จะเหมือน จะไม่มีอะไรแต่จริงๆแล้วต่อมน้ำเหลืองนั้นจะเริ่มโต แผลที่เป็นอาจจะหายช้ากว่าปกติคือจะเป็นอยู่โดยประมาณ 1-5 สัปดาห์ แล้วจะค่อยๆหายไป ถึงแม้แผลจะหายไปแล้วแต่มีเชื้อของซิฟิลิสยังคงอยู่ในกระแสเลือดระยะที่ 2 คือผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาในในระยะแรกจนกระทั่งล่วงเลยมาประมาน 6-8 สัปดาห์ เมื่อเข้าสู่ระยะที่ 2 แล้ว เชื้อจะกระจายไปตามส่วนต่างๆของร่างกายที่มีเลือดไปหมุนเวียน นอกจากนี้ยังปรากฏอาการสำคัญ คือ ผมร่วงเป็นย่อมๆ มีผื่นขึ้นตามฝ่ามือ และ ฝ่าเท้า และอาจจะพบได้ทั่วตัวในผู้ป่วยบางราย แต่ผื่นที่ขึ้นจะไม่มีอาการที่คัน และยังมีผื่นที่เป็นสีเทาในปาก คอ และถ้าเป็นผู้หญิงก็อาจจะไปเกิดขึ้นใน บริเวณปากมดลูกได้ จะพบหูดตามบริเวณที่อับชื้นอย่างรักแร้ ทวารหัก หรือรวมไปจนถึงบริเวณขาหนีบ ระยะนี้อาจจะเรียกได้ว่าระยะออกดอก ระยะต่อมาคือระยะที่ 3 หรือที่แรงกันในภาษาหมอคือระยะแฝง ระยะนี้อาจจะกินเวลาเป็นเวลาหลายปีหลังจากที่ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว แต่ระยะนี้จะสามารถเจาะเลือดเพื่อหาโรคว่าเป็นโรคซิฟิลิสหรือไม่ ถ้าเป็นผู้หญิงที่กำลังท้องแล้วเป็นโรคซิฟิลิสในระยะที่ 3 โรคนี่สามารถถ่ายทอดสู่ลูกได้แล้วและในระยะสุดท้ายคือระยะที่ 4 ระยะนี้จะกินเวลาไป 2-30 ปี หลังจากที่ได้รับเชื้อ โดยเชื้อจะเข้าไปทำลายตับไตไส้พุงหรือส่วนอื่นๆที่มีอยู่ในร่างกายเรา ทำให้ร่างกายมีความผิดปกติเกิดขึ้นแบบเห็นได้ชัดเจน ถ้าผู้หญิงที่มีลูกที่อยู่ในท้องด้วยลูกก็อาจจะเสียชีวิตก่อนที่จะลืมตามาดูโลก ร่างกายของผู้ที่ได้รับเชื้อซิฟิลิสเข้ามาถึงระยะที่ 4 ได้นั้นส่วนมากเชื้อจะเข้าไปทำลายสมองทำให้ติดเชื้อและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีมากมายเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเป็น ถ้าไม่อยากเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งก่อให้เกิดผลที่ทำให้สังคมรังเกียจอย่าประมาทและต้องรู้จักป้องกัน

คุณรู้จักหนองในเทียมของผู้ชายดีแค่ไหน

หนองในเทียมที่เกิดในตัวของผู้ชายคือภาวะที่มีการบวมการอักเสบของท่อปัสสาวะ การผู้ชายจะเป็นโดยส่วนใหญ่แล้วคือการจากการมั่วหรือไม่รู้จักป้องกันและโดยส่วนมากผู้ชายที่เป็นหนองในเทียมนั้นจะชอบเที่ยวผู้หญิงที่ขายบริการหรือมั่วนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ภาวะที่ทำให้เป็นโรคหนองในเทียมก็คือการไปมีเพศสัมพันธ์แล้วไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกัน หรือบางรายอาจจะเป็นเพราะแพ้สารเคมีที่นำมาใช้ แล้วบังเอิญไปโดนท่อปัสสาวะ เช่นอาบน้ำแล้วถูสบู่ หรือแพ้สารเคมีที่อยู่ในช่องคลอดของผู้หญิง รวมไปจนถึงการแพ้ถุงยางอนามัยเพราะในถุงยางอนามัยนั้นมีสารฆ่าเชื้ออสุจิอยู่ นอกจากนี้การอักเสบของท่อปัสสาวะอาจจะเกิดจากการบาดเจ็บกระทบกระแทก หรือจากอุบัติเหตุ บางรายก็เป็นได้เพราะแพ้ยาที่กินเข้าไป เวลาที่ผู้ชายเป็นอาการที่เริ่มเป็นคือ มีไข้ ปวดๆที่บริเวณอวัยวะเพศ แสบๆคันๆ เวลาที่ปัสสาวะเสร็จ เจ็บและปวดมากเวลาที่มีเพศสัมพันธ์ แต่ในขณะที่บางรายก็อาจจะไม่มีอาการอะไรเลย บางรายมีอาการที่หนักถึงขนาดที่มีหนองสีขาวขุ่น หรือเหลืองเขียว ไหลออกมาที่ปลายท่อปัสสาวะ เวลาที่ไปหาหมอจะมีวิธีการรักษาหลายแบบ หมอจะดูว่าถ้าเกิดมาจากการติดเชื้อ ก็จะใช้ยาปฏิชีวนะที่จำเพาะเจาะจงกับบริเวณเชื้อนั้นๆ หมอจะแนะนำคนไข้ที่มีอาการที่ปวดและทรมานมากๆให้นั่งแช่น้ำอุ่นมากในกะละมังใหญ่ซักพัก อาการจะดีขึ้นแต่ไม่ได้ว่าจะหายปวดสนิทแต่แค่ทำให้อาการบรรเทาลงได้อย่างมาก หนองในเทียมคงไม่มีผู้ชายคนไหนอยากจะเป็นดังนั้นควรที่จะรู้จักวิธีป้องกัน ง่ายๆแค่ใส่ถุงยางอนามัยและไม่มีเพศสัมพันธ์ที่ต้องใช้ปากร่วมด้วย ส่วนใครที่กำลังรู้สึกว่ามีอาการท่อปัสสาวะเริ่มอักเสบควรงดการมีเพศสัมพันธ์ทันทีและรีบพบแพทย์โดยด่วน