นิ่วในกระเพาะปัสสาวะเป็นอาการเกี่ยวกับนิ่วประเภทหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นบริเวณทางเดินปัสสาวะ เกิดได้ทั้งในไต หลอดไต และกระเพาะปัสสาวะ มีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆ ขนาดตั้งแต่เล็กกว่า 1 ซม. ไปจนถึงใหญ่กว่า 5 ซม. บางรายอาจพบแค่ก้อนเดียวบางรายมีหลายก้อน อาจแข็งมาก ค่อนข้างแข็ง ไปจนถึงค่อนข้างนิ่ม ขึ้นอยู่กับสารประกอบของนิ่วที่เกิดในร่างกาย กว่า 80% พบว่าก้อนนิ้วเป็นสารแคลเซียมออกซาเลต ไม่ก็สารแคลเซียมฟอสเฟต กรดยูริก แอมโมเนียมยูเรท เป็นต้น ทุกคนมีภาวะที่จะเกิดอาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้และหากใครก็ตามมีอาการดังกล่าวต่อไปนี้พึงสังวรไว้ว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่อาจก่อให้เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้

5 สัญญาณบ่งบอกว่าร่างกายคุณกำลังเป็น นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

  1. มีอาการปวดบริเวณท้องน้อย – เป็นอาการเบื้องต้นของนิ่วในกระเพาะปัสสาวะที่คนจำนวนมากจะเกิดลักษณะนี้ อาการปวดดังกล่าวเป็นแบบเรื้อรัง กินยาหรือแก้ยังไงก็ไม่หาย บางรายอาจมีอาการปวดหลังร่วมด้วยอีกต่างหาก
  2. มีสีปัสสาวะผิดปกติ – ปัสสาวะคนเราหากดื่มน้ำมากก็จะออกสีขาวแต่ถ้าไม่ค่อยดื่มน้ำก็จะเป็นสีเหลืองเข้มๆ ทว่าสำหรับคนที่มีอาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะอาจมีลักษณะสีแบบขุ่นๆ เหมือนผงแป้ง บางรายมีเลือดปนออกมาคล้ายน้ำล้างเนื้อ หรืออาจมีก้อนนิ่วหลุดออกมาทางปัสสาวะด้วย
  3. อาการแปลกๆ เมื่อปวดปัสสาวะ – คนที่เป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะจะมีอาการแปลกๆ ไม่เหมือนคนปกติเวลาปวดปัสสาวะ เช่น จะปัสสาวะบ่อยๆ ปัสสาวะแบบกะปริบกะปรอย ปัสสาวะขาดตอน มีอาการปวดแสบปวดร้อนเวลาปัสสาวะ ปลดเบ่ง รู้สึกปวดปัสสาวะอยู่แม้ทำภารกิจเสร็จแล้ว บางรายถึงขนาดอั้นไม่ได้ก็มี
  4. อาการปวดท้องน้อยรุนแรง – เกิดจากนิ่วหลุดไปอุดตันยังท่อปัสสาวะทำให้ปวดท้องน้อย ปัสสาวะไม่ออก จนกระเพาะปัสสาวะเกิดการอักเสบจากการตกค้างของปัสสาวะบริเวณกระเพาะปัสสาวะ
  5. อาการอื่นๆ – บางคนเมื่อเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะจะมีอาการไข้ หรือไม่ก็ปวดตามข้อต่างๆ ร่วมด้วย

อาการต่างๆ เหล่านี้คือสัญญาณของร่างกายที่บ่งบอกค่อนข้างชัดเจนว่ากำลังมีโอกาสป่วยเป็นโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ วิธีดูแลตัวเองง่ายๆ หากไม่อยากเป็นโรคนี้ก็คือดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นมากเกินไปจนเกิดการตกตะก่อนกลายเป็นนิ่ว อย่างน้อยที่สุดควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร ลดอาหารแคลเซียมและออกซาเลตสูงๆ ก็พอช่วยลดอาการของโรคได้เช่นเดียวกัน การงดที่ว่าไม่ได้ห้ามทานเลยแต่ควรทานในปริมาณปกติและอย่าทานติดกันบ่อยๆ เลือกทานอาหารให้หลากหลายเพียงเท่านี้ก็ช่วยได้แล้ว แต่ถ้าหากใครมีอาการดังที่ระบุไว้ก็ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน