hogen

เวลาที่มีอาการท้องเสียโดยส่วนใหญ่คนจะมองว่า เป็นเพราะรับประทานอาหารไม่สะอาดหรือที่เรียกกันว่าอาหารเป็นพิษนี่ ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยใช้ยาหรือสาระเคมีตัวอื่นเข้าไปร่างกายเพราะอาการท้องเสียนั้นสามารถหายเองได้โดยไม่ต้องใช้ยาอะไรเลยแต่อาการที่ไม่ต้องใช้ยา เราต้องสังเกตว่าถ่ายเป็นน้ำหรือเปล่าถ้ายังมีเนื้ออยู่เราไม่จำเป็นต้องกินยาอะไรเลยแต่เราต้องกินเกลือแร่เพื่อไปทดแทน น้ำในร่างกายที่เราสูญเสียไปเพื่อไม่ให้ร่างกายของเรานั้นเพลีย

– สาเหตุแรก ที่คนที่ท้องเสียมักจะเจอคือ กินอาหารที่ไม่ถูกหลักหรือไม่สะอาดและรวมไปจนถึง อาการที่ใกล้จะเสียแล้วแต่ว่าเสียดายเลยกินเข้าไป บางทีอากาศร้อนมากร้อนจัดๆก็เป็นสาเหตุที่แท้จริงของอาหารเป็นพิษนั้นเอง

– สาเหตุที่ 2 คือ เมื่อมีอาการท้องเสียและมีไข้ที่สูงมาก มีไข้มาระยะเวลา 1 วัน ก่อนที่จะเข้าพบแพทย์ แพทย์จะสังเกตอาการที่ว่านั้นว่าท้องเสียหลังจากที่ มีไข้หรือไม่ ถ้าหากว่าท้องเสียหลังมีไข้คือ การบิดแบบไม่มีตัว อาการที่เราจะสังเกตได้ คือ ผู้ป่วยจะถ่ายเป็นมูกเลือด หรือมีเลือดปะปนกับอุจาระ แต่ถ้าแพทย์นำอุจจาระไปตรวจจะพบว่ามีเม็ดเลือดแดงกับเม็ดเลือดขาว ปะปนอยู่ในอุจจาระ นั้นคือเราเป็นโรค บิดแบบไม่มีตัว

– สาเหตุที่ 3 คือ อาการท้องเสีย แต่ ไข้จะไม่สูงมาก บางรายอาจจะมีน้ำมูกใสๆเล็กน้อย ถ่ายเหลวและมีอาการที่ถ่ายเป็นฟอง เราจะสังเกตที่อุจจาระ รวมไปถึงมีอาการอาเจียน ตาโหล ก้นแดง เวลาแพทย์รักษาจะต้องให้น้ำเกลือเข้าทางเส้นเลือดดำของผู้ป่วย นี่คือโรค ไวรัสโรตา

– สาเหตุที่ 4 คือ มีอาการถ่ายท้องมากกว่า อาการอาเจียน นั้นคือ อหิวาตกโรค ในผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการ เป็นตะคริวที่ขา ปวดหลัง หน้ามืด และไม่ค่อยจะมีแรง รู้สึกเพลียอย่างมาก

– สาเหตุที่ 5 คือผลมาจากอาการของ ไส้ติ่งอักเสบ แล้วมีอาการข้างเคียงแต่บางคนก็ไม่เป็นแต่อาการท้องเสียจากอาการอาเจียน ถ่ายเป็นน้ำโดยประมาน 3 ครั้งต่อวัน และเมื่อมีอาการท้องเสียเราจะปวดท้องเมื่อกดไปช่วงหน้าท้องจะรู้สึกเจ็บ และที่สำคัญจะปวดถี่ขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นสาเหตุที่อันตรายที่สุดในบรรดาสาเหตุที่มาจากอาการท้องเสีย